วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

โครงการโรงโคนม

               
                                                                  โครงการโรงโคนม



วันพืชมงคลทุกปี นอกจากจะเป็นวันสิริมงคลสำหรับเกษตรกรที่จะได้เริ่มปักไถหว่านกล้า ยังเป็นวันเสริมกำลังใจอย่างดี เนื่องจากมีการเสี่ยงทายหลายด้าน อย่างปีนี้ "พระยาแรกนา" เสี่ยงหยิบผ้าได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ ส่วน "พระโค" กินหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควรธัญญาหารผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์นั่นเป็นความเชื่อแต่โบราณที่สืบทอดกันมายาวนาน แต่ที่ตาเห็นมือจับต้องได้ คือโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้เป็นแนวทาง หรือต้นแบบ โดยเฉพาะ โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษา ทดลองและวิจัย หาวิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานด้านการเกษตรกรรมต่างๆ เมื่อได้ผลการศึกษาแล้ว ก็เป็นโครงการตัวอย่างให้ผู้สนใจเข้ามาศึกษา และนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตาม
                       ที่คุ้นเคยกันดีก็อย่างโครงการนาข้าวทดลอง การเพาะเลี้ยงพันธุ์ปลานิล กังหันลม ระบบผลิตน้ำเย็นโดยใช้พลังงานความร้อนจากแกลบ บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานลม รวมถึงกลุ่มงานที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินงานกึ่งธุรกิจ อาทิ กลุ่มงานเกี่ยวกับนม กลุ่มงานเกี่ยวกับข้าว กลุ่มงานเกี่ยวกับการแปรรูปผลไม้ กลุ่มงานทดลองผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง เป็นต้น โดยเฉพาะ โรงโคนมสวนจิตรลดา ถือเป็นจุดเริ่มต้นโครงการกึ่งธุรกิจภายในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
                       นับแต่ปี 2505 ที่พระบาทสมเด็จเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงโคนมสวนจิตรลดา ทรงวางแนวทางเกี่ยวกับกิจการโคนมไว้ ให้เป็นแหล่งศึกษาและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย การแปรรูปน้ำนมดิบเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ พร้อมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคนม และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากน้ำนม ได้แก่ โรงโคนมสวนจิตรลดา โรงนมผงสวนดุสิต โรงนมเม็ดสวนดุสิต โรงเนยแข็ง และโรงนมยูเอชที สวนจิตรลดา
                       เนื่องในวันพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่ผ่าน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนิน ณ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ทรงเปิดและทอดพระเนตรนิทรรศการ "50 ปี โรงโคนมสวนจิตรลดา จุดเริ่มต้นของอาชีพพระราชทาน" งานสำคัญที่กรมปศุสัตว์ ร่วมกับโรงโคนม โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ร่วมจัดขึ้น เพื่อให้ความรู้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและบุคคลทั่วไปที่มาเข้าเฝ้าในวันพืชมงคลฯ
                       โดยเนื้อหาหลักของนิทรรศการอันแสดงถึงความคืบหน้าของโครงการแบ่งเป็น 5 ส่วน ได้แก่ เทคนิคการตรวจการตั้งท้องระยะต้นหลังการผสมเทียม, โรคแท้งติดต่อและวัณโรค, หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 และฟาร์มต้นแบบการใช้หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เลี้ยงโคนม, การปรับเปลี่ยนการเลี้ยงโคนมสู่มาตรฐานอินทรีย์ และ มาตรฐานฟาร์มโคนม ซึ่ง รศ.ดร.สมเกียรติ ประสานพานิช จากภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รายงานสรุปผลการวิจัยเบื้องต้น ในโรงโคนมสวนจิตรลดา หัวเรื่อง "ผลการตอบสนองทางสรีรวิทยาของโคนมต่อสภาพอากาศในโรงเลี้ยงโคนม" ว่า สวนจิตรลดาเป็นฟาร์มโคนมแห่งเดียวในกรุงเทพฯ แม้โคจะได้รับการเลี้ยงดูในโรงเรือนที่มีหลังคาที่สามารถป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์สูงระหว่างเดือนเมษายน 2555 โคจึงได้รับผลกระทบ ทำให้เกิดความเครียดจากความร้อน (Heat stress) ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น
                       "โคเป็นสัตว์ที่ต้องการรักษาอุณหภูมิร่างกายคงที่ราว 38.8 องศาเซลเซียส ซึ่งโคในโรงนมสวนจิตรลดา มีความพยายามลดอุณหภูมิร่างกายที่สูงถึง 40.1 องศาฯ ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การหอบหายใจและการขับเหงื่อ รวมถึงการลดการกินอาหาร แต่ยังไม่สามารถลดอุณหภูมิที่สูงนี้ได้ จึงน่าจะมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยหลากหลายวิธี เช่น การตัดขนให้สั้นลง การเพิ่มเงารอบๆ โรงเลี้ยงด้วยการปลูกต้นไม้ การให้อาหารจากกลางวันที่โคไม่ค่อยกินอาหารเปลี่ยนไปให้เวลากลางคืนแทน แล้วยังเสริมด้วยอาหารข้น ซึ่งจะช่วยสร้างน้ำนมได้มากขึ้น ทั้งนี้ จะมีการถ่ายทอดวิทยาการดังกล่าวไปยังเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต่อไป" นักวิชาการด้านโคนม กล่าว
                       ด้าน ดร.สุรีย์วรรณ พันธุ์นรา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา กลุ่มอุตสาหกรรมนม กล่าวว่า การเลี้ยงโคนมในเมืองหลวงเป็นเรื่องยากจึงต้องมีการพัฒนาระบบการเลี้ยงให้ดี ในพื้นที่ 10 ไร่ของโครงการมีโคนมในความดูแลถึง 40 ตัวส่วนใหญ่เป็นพันธุ์โฮลสไตน์ฟรีเซียน ซึ่งให้น้ำนมเฉลี่ย 15 ลิตรต่อตัวต่อวัน ขณะนี้ได้ขยายโครงการนำโคนมพันธุ์ดังกล่าวไปทดลองเลี้ยงที่โครงการชั่งหัวมัน ตามแนวพระราชดำริ จ.เพชรบุรี ซึ่งเบื้องต้นพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
                       "สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดกิจการโคนม ทรงรู้จักโคนมเกือบทุกสายพันธุ์ และทรงดูแลอุตสาหกรรมนม โดยรับสั่งให้ผลิตนมรสสละเป็นพระองค์แรก เนื่องจากทรงโปรดนมรสนี้ จึงมีการพัฒนาจนเป็นนมรสสละที่มีรสชาติและกลิ่นดีกว่าที่อื่น หรืออย่างผลิตภัณฑ์ชีสของสวนจิตรลดาก็ทรงชิมเป็นพระองค์แรกเมื่อปี 2530 จนตอนนี้อร่อยและคุณภาพดี ปัจจุบันเราผลิตนมส่งให้โรงเรียนต่างๆ แบ่งเป็นนมสดพาสเจอไรท์ 15 ตันต่อวัน นมยูเอสที 24 ตันต่อวัน และนมผง 8 ตันต่อวัน" ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โครงการส่วนพระองค์ฯ เผย
                       อีกหนึ่งความก้าวหน้าของกิจการโรงโคนม นั่นคือ โครงการผลิตนมฟลูออไรด์แห่งแรกของประเทศ ช่วยลดปัญหาฟันผุในเด็กไทยได้กว่า 7 แสนคน โดย ทพ.ญ.พวงทอง เล็กเฟื่องฟู ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผลของการพัฒนาการดำเนินงานในระยะเวลา 12 ปี ระหว่างพ.ศ.2543-2555 ประสบความสำเร็จด้วยดี จนตอนนี้มีการผลิตนมฟลูออไรด์อย่างกว้างขวาง อาทิ อ.ส.ค.จังหวัดขอนแก่น, สหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี จำกัด, อ.ส.ค.จังหวัดสระบุรี ,โรงนมกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และห้างหุ้นส่วนจำกัดสุราษฎร์เฟรชมิลด์ เป็นต้น
                       "นอกจากที่นี่จะเป็นต้นแบบในการผลิตนมฟลูออไรด์แล้ว ยังเป็นหน่วยฝึกอบรม และพัฒนาการผลิตนมฟลูออไรด์ มีองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี มองโกเลีย บรูไน มาเลเซีย นำมาซึ่งความภาคภูมิใจยิ่ง" ทันตแพทย์เชี่ยวชาญ กล่าวทิ้งท้าย
 ทั้งหมดทั้งมวล แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าด้านกิจการโคนม ของโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา ได้เป็นอย่างดี